บันทึกจากทริป 13–14 กุมภาพันธ์ 2025 · Disney ปี 2
เกี่ยวกับบันทึกฉบับนี้
เรียบเรียงจากโพสต์และภาพของ H2 Journey ในทริปปี 2 สิทธิ์ บัตร และบริการที่กล่าวถึงเป็นประสบการณ์ในช่วงที่เดินทาง
โพสต์ต้นฉบับ: 11 พ.ค. 2025
ตรวจสอบชื่อโชว์และกิจกรรม: Reach for the Stars · กิจกรรม Small World with Groot ช่วงปี 2025
วันที่ 3 เราเลือกพักที่ Disneyland Hotel อีกครั้ง โดยสิ่งที่แตกต่างจากปีที่แล้ว และเป็นเรื่องที่ผมดีใจที่สุดของการพักครั้งนี้ คือเราสามารถจองห้องที่เป็น Balcony ได้ทันครับ
ห้องพักของเราชื่อว่า Concierge Balcony Alcove Room (Park Grand View) ตำแหน่งอยู่บริเวณกึ่งกลางของโรงแรม ด้านที่หันหน้าเข้าหา Disneyland และถ้ามองออกจากระเบียงห้องก็แทบจะตรงกับปราสาทในสวนสนุกพอดี

สิ่งที่เด็ก ๆ ชอบมากคือสามารถเปิดประตูแล้วออกไปยืนรับบรรยากาศที่ระเบียงได้เต็มที่ ถ้าเทียบกับห้องที่พักเมื่อปีก่อน ทั้ง Character Room และ Standard Room หน้าต่างจะแง้มได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

สำหรับผม ความต่างของห้องนี้อยู่ตรงช่วงที่ได้ก้าวออกไปยืนนอกห้องเลยครับ เห็นสวนสนุกอยู่ตรงหน้า รับอากาศและบรรยากาศได้เต็ม ๆ แค่มีระเบียงเพิ่มมา ห้องที่คุ้นเคยก็ให้ความรู้สึกต่างจากครั้งก่อนแล้ว

การตกแต่งโดยรวมยังคล้ายห้อง Standard ที่ไม่ใช่ Character Room มีภาพและลวดลาย Disney อยู่ตามหัวเตียงและผนัง ส่วนประตูที่เปิดออกไประเบียงทำให้ห้องดูโปร่งขึ้นด้วยครับ




ผมเก็บภาพในห้องมาให้ดูหลายมุมหน่อย ทั้งมุม Alcove พื้นที่ปลายเตียง และทางเดินเข้าห้อง รอบนี้ยังมีเครื่องทำความชื้นกับเครื่องเป่ารองเท้าอยู่ตรงบริเวณเก็บของด้วยครับ







รายละเอียดในห้องมีให้ถ่ายรูปอยู่หลายจุด แต่พอมองกลับไปที่ประตูระเบียงทีไร ก็ยังรู้สึกว่าอันนี้แหละคือสิ่งที่อยากได้จากการกลับมาพัก Disneyland Hotel ในปีนี้ครับ
Marceline Salon กับสิทธิ์ของห้อง Concierge
เนื่องจากห้องเป็น Concierge ตอนที่เราเข้าพักจึงมีสิทธิ์เพิ่มเติมจากห้องพักปกติอยู่สองอย่างหลัก ๆ ครับ อย่างแรกคือราคาห้องรวมอาหารเช้าแล้ว โดยเลือกทานที่ห้องอาหารหรือให้มาเสิร์ฟที่ห้องก็ได้
อีกอย่างคือสามารถใช้บริการ Marceline Salon หรือ Lounge ของโรงแรม เราทำเช็กอินและเช็กเอาต์จากใน Lounge ได้เลย และมีขนมกับเครื่องดื่มให้ตามช่วงเวลาที่เปิดบริการด้วย


พื้นที่ด้านในค่อนข้างกว้าง มีที่นั่งหลายมุม โทนไม้และแสงไฟทำให้บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการแวะนั่งพักระหว่างวัน


ช่วงที่เราไป Lounge เปิดตั้งแต่ 7:00–22:00 น. ขนมกับเครื่องดื่มมีให้เลือกตลอดช่วงให้บริการ และตั้งแต่ 17:00 น. จะมีค็อกเทลกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเข้ามาครับ




สำหรับเด็ก ๆ ยังมีมุมโทรทัศน์ให้ดูระหว่างรอด้วย และแน่นอนว่าลูกสาวของเราก็ไม่พลาด กฎห้ามดูจอของบ้านเรารอบนี้คงต้องอนุโลมกันหน่อยครับ


พอเป็นช่วงค่ำก็มี Snack และเครื่องดื่มอีกชุดให้เลือก เป็นสิทธิ์ของห้อง Concierge ที่เราได้ใช้เพิ่มเติมจากตัวห้องพักครับ




เจ้าหญิงสองพี่น้อง กับวันเที่ยวที่โตขึ้นอีกปี
ส่วนวันเที่ยวของเด็ก ๆ เริ่มจากเช้าที่เรายังอยู่ MiraCosta Hotel ครับ เตรียมบัตรกันเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราย้ายมาใช้เวลากับฝั่ง Disneyland ก่อนกลับเข้าที่พักในคืนนี้


คนโตยังคงติดใจการแต่งหน้าเป็นเจ้าหญิงเหมือนปีก่อน รอบนี้ก็เลยกลับไปที่ Bibbidi Bobbidi Boutique กันอีกครับ เราใช้บริการแต่งหน้าให้พี่ ส่วนชุดเตรียมมาเอง เพราะแพ็กเกจที่รวมชุดด้วยราคาค่อนข้างแรง



เจ้าคนเล็กเริ่มรู้เรื่องมากขึ้นแล้ว แต่ตอนนั้นอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ใช้บริการ เราเลยเตรียมชุด Snow White มาให้แทน จะได้แต่งเป็นเจ้าหญิงไปเดินเล่นด้วยกัน ส่วนพี่ก็มาในชุดที่เตรียมจากบ้านเหมือนกันครับ


จากทริปแรกที่น้องยังเล็กมาก มาคราวนี้ก็เริ่มมีส่วนร่วมกับสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นแล้ว ส่วนพี่ก็ยังมีสิ่งที่ชอบเหมือนเดิม เป็นการกลับมาที่เดิมแต่ได้เห็นเด็ก ๆ ในอีกวัยหนึ่งครับ
เครื่องเล่นบางอย่างเราก็กลับไปเล่นซ้ำ อย่าง Enchanted Tale of Beauty and the Beast ที่ยังอยู่ในลิสต์ของบ้านเรา ปีนี้เดินผ่านปราสาทแล้วก็ยังต้องเก็บภาพไว้เหมือนเดิม



ตอนที่เดินผ่าน ป้ายเวลารอขึ้นถึง 140 นาทีแล้วครับ กลับมาปีนี้ Beauty and the Beast ก็ยังเป็นอีกจุดที่เราตั้งใจมาเล่นซ้ำ
แสงสีหน้าปราสาท หมีพู และ Groot
พอเริ่มค่ำ เรามาเก็บบรรยากาศหน้า Cinderella Castle กันต่อ แสงรอบปราสาทเปลี่ยนไปจากตอนกลางวันมาก ยืนมองอยู่ตรงนี้ก็รู้สึกว่าเข้าสู่ช่วงท้ายของวันเที่ยวแล้ว


โชว์แสงสีที่เราได้ดูในคืนนั้นชื่อ Reach for the Stars เป็นการฉายภาพลงบนตัวปราสาทร่วมกับแสงและดนตรี โชว์นี้เริ่มแสดงหลังจากทริปปีแรกของเรา จึงเป็นอีกอย่างที่ได้กลับมาเห็นต่างจากครั้งก่อนครับ


แต่ส่วนที่น่าเสียดายคือพาเหรดถูกยกเลิกเพราะลมแรงอีกแล้วครับ เพิ่งพลาด Believe! Sea of Dreams ที่ DisneySea มาเมื่อคืน พอมาวันนี้ก็เจอกับการยกเลิกอีกครั้ง ทริปนี้เรื่องลมทำให้เราเก็บการแสดงได้ไม่ครบอย่างที่ตั้งใจจริง ๆ
สำหรับเครื่องเล่นที่เก็บเพิ่มจากคราวก่อน รอบนี้มี Pooh’s Hunny Hunt ด้วย ได้พาเด็ก ๆ เข้าไปเจอโลกของหมีพู หลังจากกลับไปเล่นเรื่องโปรดอย่าง Beauty and the Beast กันมาแล้ว

อีกอย่างที่ต่างจากครั้งก่อนชัดเจนคือ Small World ครับ ช่วงที่เราไปเป็นเวอร์ชัน it’s a small world with Groot มี Groot และตัวละครจาก Marvel เข้ามาอยู่ในฉากของเครื่องเล่นด้วย

รอบนี้เลยได้นั่งเรือชมฉากสีสันสดใส แล้วมองหาตัวละครที่เพิ่มเข้ามาระหว่างทางด้วย เวอร์ชันนี้เป็นกิจกรรมช่วง 15 มกราคม–30 มิถุนายน 2025 พอดี เราเลยได้เก็บบรรยากาศที่ต่างจากการมาครั้งก่อนกลับมาครับ


เช้าวันถัดมา เรามาถึงช่วงท้ายของการพัก Disney ในทริปปีสองแล้วครับ จากวันแรกที่ Fantasy Springs Hotel ต่อด้วย MiraCosta Hotel จนมาถึงคืนที่ Disneyland Hotel กับห้อง Balcony ที่ตั้งใจอยากจองให้ได้

พอแสงเช้าเริ่มมา มุมเดิมจากระเบียงก็เปลี่ยนอารมณ์ไปอีกแบบครับ มองเห็นโมโนเรลวิ่งผ่านสถานี แล้วพอก้มลงไปอีกหน่อยก็เห็นคนเริ่มมารอกันอยู่ด้านล่าง


ครั้งนี้มีทั้งเครื่องเล่นที่เด็ก ๆ ขอซ้ำ สิ่งใหม่ที่เพิ่งได้ลอง เจ้าหญิงสองพี่น้อง และการแสดงที่ต้องเก็บไว้แก้ตัวกันอีก ส่วนห้องระเบียงที่จองได้ทัน ก็กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดของการกลับมาครั้งนี้สำหรับผมครับ
ปิดท้ายด้วยภาพระหว่างเดินออกจาก Tokyo Disney Resort ในวันถัดมา บายบาย Disney แล้วไว้กลับมาเจอกันใหม่ครับ

อ่านถาม–ตอบต่อบน Facebook
คำถามและประสบการณ์ที่คุยกันไว้ อยู่ในคอมเมนต์ของโพสต์ต้นฉบับครับ
