บันทึกจากทริป 9 กุมภาพันธ์ 2025 · ทริปปี 2
เกี่ยวกับบันทึกฉบับนี้
เรียบเรียงจากโพสต์และภาพของ H2 Journey สิทธิ์ บัตร และบริการที่กล่าวถึงเป็นประสบการณ์ในช่วงที่เดินทาง
โพสต์ต้นฉบับ: 8 มี.ค. 2025
ตรวจสอบชื่อเครื่องเล่นและโซนจาก Fuji-Q Highland: Thomas’ Happy Smile · Thomas and the Dancing Party · Hopping Winston · Harold’s Sky Patrol · Nia and Animal Coaster · Thomas’ Bubbly Splash · Nagashimasuka · NARUTO × BORUTO
วันนี้เราตั้งใจจะพาเด็ก ๆ ไปดูภูเขาไฟฟูจิกัน แต่เพื่อเป็นการดึงความสนใจของเขา เราจึงตั้งใจพาแวะ Thomas Land ก่อนไปคาวากูชิโกะครับ


นั่ง Fuji Excursion ไปหาโทมัส
ตัวผมเองเคยไปคาวากูชิโกะมาบ้างแล้ว 2–3 ครั้ง และยังติดใจความสะดวกสมัยที่ NEX วิ่งยาวถึงคาวากูชิโกะ ครั้งนี้จึงตัดสินใจเดินทางด้วยรถไฟ Fuji Excursion เพราะไม่ต้องต่อรถ นั่งยาวถึงคาวากูชิโกะได้เลยเช่นกัน ซึ่งน่าจะสะดวกเพราะเรามีรถเข็น 2 ตอนและกระเป๋าเดินทางใบเล็กด้วย
โดยเลือกรอบเวลาที่สายที่สุด ที่รถไฟจะออกจากสถานีชินจูกุประมาณ 10:30 น. โดยหวังว่านักท่องเที่ยวที่ไปแบบเช้า–เย็นกลับจะไปตั้งแต่รอบเช้า ๆ และคืนก่อนเดินทางเราเลือกนอนที่ Hotel Gracery Shinjuku เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้ไม่ต้องรีบมากในตอนเช้า จากโรงแรมเดินถึงชานชาลาขึ้นรถไฟใช้เวลาประมาณ 10–12 นาที
แต่ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับทำให้เรารู้สึกต่างออกไปอย่างมาก ถึงแม้เราศึกษาข้อมูลมาบ้างแล้วก็จริง ว่าขบวนนี้นักท่องเที่ยวเยอะ แล้วถ้าที่นั่งว่าง คนที่ไม่ได้จองที่สามารถเดินมานั่งได้ แต่ถ้ามีการยืนก็จะยืนตรงรอยต่อระหว่างตู้โดยสาร ไม่ล้ำเข้ามาในห้องโดยสารที่ผู้โดยสารคนอื่นจองที่นั่งไว้
แต่เอาเข้าจริง ถึงแม้นี่จะเป็นรอบที่สายที่สุด แต่นักท่องเที่ยวก็ยังเยอะมากและยืนล้นเข้ามาถึงในห้องโดยสาร ครอบครัวเราที่จองที่ไว้ก็รู้สึกไม่ค่อยส่วนตัวเท่าไหร่ แต่ที่ลำบากที่สุดคือตอนที่จะต้องพาเด็ก ๆ ไปห้องน้ำครับ
เพราะแทรกตัวเดินแทบไม่ได้ แถมเรายังเลือกลงที่ Fujikyu-Highland Station ซึ่งเป็นสถานีก่อนถึงสถานีคาวากูชิโกะ 1 สถานี การลงรถไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะเรามีทั้งรถเข็นเด็กและกระเป๋าเดินทางใบเล็ก โชคยังดีที่เจอน้องคนไทยที่ยืนแถวประตูรถ เห็นเรากำลังพะรุงพะรัง อาสามาช่วยเรายกกระเป๋า รวมถึงแหวกทางให้เด็ก ๆ ของเราลงรถไฟ ต้องขอบคุณมากครับ 🙏

ความคิดเห็นส่วนตัว หากคราวหน้าต้องไปคาวากูชิโกะอีก คงเลือกจอง Azusa หรือ Kaiji ที่พ่วงกับ Fuji Excursion จากสถานีชินจูกุ แล้วไปลงที่สถานี Otsuki จากนั้นนั่งสาย local ต่อไปคาวากูชิโกะอีก 1 ชั่วโมง อาจจะดีกว่า
แวะนารูโตะ ก่อนถึง Thomas Land


ระหว่างเดินไป Thomas Land เราผ่านโซน NARUTO × BORUTO ครับ เลยได้แวะถ่ายรูปกับนารูโตะและคาคาชิก่อน งานนี้พ่อก็ได้ฟินด้วย 55


ถึงเวลาเล่นของเด็ก ๆ
Thomas Land เป็นส่วนหนึ่งของสวนสนุก Fuji-Q Highland ครับ เราทำการบ้านมาเพียงคร่าว ๆ ว่าสามารถเข้าได้เลย อยากเล่นเครื่องเล่นไหนก็จ่ายที่หน้าเครื่องเล่นได้ ครั้งที่เราไปอยู่ที่ 500 เยนต่อคน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ครับ




ส่วน Hopping Winston เป็นรถสีแดงที่พาหมุนวนรอบปล่องอิฐ ระหว่างทางก็โยกขึ้นลงด้วยครับ รูปนิ่งอาจดูไม่ออก เลยเก็บคลิปตอนเล่นมาฝากด้วย

เครื่องเล่นของ Thomas Land ออกแบบมาสำหรับเด็กและเด็กเล็ก อาจจะไม่ตื่นเต้นมาก แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากเด็ก ๆ ได้ ที่บ้านเราชอบเป็นพิเศษก็จะมี Harold’s Sky Patrol, Nia and Animal Coaster และ Thomas’ Bubbly Splash ครับ






แต่เกือบทุกเครื่องเล่นที่เราเจอมีข้อกำหนดว่าผู้ใหญ่ 1 คนต่อเด็ก 1 คน ถ้าแพลนดี ๆ ซื้อเป็น Thomas Land Pass ซึ่งตอนที่เราไปราคาอยู่ในช่วง 2,000–3,500 เยนตามอายุ ก็จะคุ้มกว่าซื้อทีละเครื่องเล่นครับ แถมเด็ก ๆ ได้เล่นซ้ำด้วย

พักกินข้าว ก่อนเดินทางต่อ
เราใช้เวลากับเครื่องเล่นอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า หลังจากนั้นจึงไปหามื้อเที่ยงทานครับ ซึ่งก็เลือก food court ของ Thomas Land นั่นเอง เด็ก ๆ ได้ทานข้าวแล้วก็งีบหลับเอาแรงไปในตัว









ถ้าเลือกเมนูที่มีจานลายโทมัส หลังทานเสร็จเจ้าหน้าที่จะให้จานอันใหม่กลับมาด้วยครับ โดยไปรับตอนคืนถาดอาหาร


ก่อนกลับก็มีร้านของที่ระลึกให้แวะดูอีกครับ ทั้งของโทมัสและมุมรถไฟของเล่น เดินมาถึงตรงนี้ก็ได้หยุดดูต่ออีกนิด ก่อนออกไปเจอฟูจิกัน




จากนั้นเราออกจาก Thomas Land เดินทางสู่คาวากูชิโกะด้วยรถไฟสายธรรมดา ระยะห่างแค่เพียง 1 สถานีเท่านั้น แล้วจึงไปรับรถเช่าที่จองไว้เพื่อขับไปโรงแรมครับ โดยคืนนี้เราพักที่ Shuhoukaku Kogetsu
อ่านถาม–ตอบต่อบน Facebook
อ่านคำถามและประสบการณ์ที่คุยกันไว้ในคอมเมนต์ของโพสต์นี้บน Facebook ครับ
