บันทึกจากทริป 28 กุมภาพันธ์ 2024

เกี่ยวกับบันทึกฉบับนี้

เรียบเรียงจากโพสต์และภาพของ H2 Journey ในทริปปี 1 สิทธิ์ บัตร และบริการที่กล่าวถึงเป็นประสบการณ์ในช่วงที่เดินทาง
โพสต์ต้นฉบับ: 9 เม.ย. 2024

ต่อจากคืนในห้อง Beauty and the Beast Room เช้านี้เราเริ่มด้วย Happy Entry ก่อนเปลี่ยนห้องพักไปเป็น Park Grand View แล้วพาเด็ก ๆ อยู่เล่นกันจนถึงพาเหรดยามค่ำครับ

DAY 03

Disneyland และคืนในห้อง Park Grand View

Happy Entry และเช้าที่มุ่งหน้าไป Beauty and the Beast

วันนี้เรายังคงต้องปลุกเด็ก ๆแต่เช้าอีกหนึ่งวัน เพราะเราตั้งใจจะใช้สิทธิ์ Happy Entry เพื่อไปต่อคิวที่เครื่องเล่น Enchanted Tale of Beauty and the Beast

เราผ่านประตูทางเข้าเวลาประมาณ 8:58 โดยประมาณ พอจัดให้เด็ก ๆนั่งบนรถเข็นแล้ว ก็รีบเข็นไปเลยครับ เราดูเส้นทางคร่าวๆ มาแล้วใน application เลยไม่เสียเวลาเรื่องเส้นทาง แต่อย่างไรก็ตามสามารถวิ่งตามๆ กันไปก็ได้ครับ เพราะ 80-90% ของคนที่เข้ามาด้วย Happy Entry ก็ต่างมุ่งไปที่เครื่องเล่น Beauty and the Beast

ประมาณ 5 นาทีเราก็ไปถึงบริเวณหางแถวที่ต่อคิว มีเจ้าหน้าที่คอยถือป้ายบอกอยู่ว่าให้เข้าแถวตรงไหนและคอยแจ้งเวลาที่ต้องรอคิวตลอด ตอนที่เราไปถึงก็รอประมาณ 70 นาที

ปราสาทของ Enchanted Tale of Beauty and the Beast และผู้คนต่อคิว
คิวทางเข้าปราสาท Beauty and the Beast

ช่วงแรกๆ ก็เป็นการไหลตามคิวไปเรื่อยๆ ถ้าใครต้องการหาอะไรรองท้องก็มีร้านขนมเปิดอยู่ สามารถสลับกันไปซื้อได้ พอผ่านเข้าประตูปราสาทเข้าไป ช่วงนี้จะไม่น่าเบื่อครับ มีรูปปั้น ข้าวของเครื่องใช้ตามเนื้อเรื่อง ค่อยๆออกมา เด็ก ๆก็จะเริ่มเพลิน

ทางเดินภายในปราสาท มีชุดเกราะและบรรยากาศตามเรื่อง
พอเข้ามาในปราสาท เด็ก ๆ ก็เริ่มเพลินกับบรรยากาศในเรื่อง
ม้านั่งรูปสุนัขหน้าเตาผิงภายในปราสาท
ข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกเสกตามเนื้อเรื่อง
Mrs. Potts และชุดน้ำชาบนโต๊ะในปราสาท
รายละเอียดเล็ก ๆ ระหว่างทางที่รอคิว
Belle และ Beast บริเวณบันไดภายในปราสาท
ห้องสุดท้ายก่อนที่เราจะไปขึ้นเครื่องเล่น

ได้เล่นแล้ว และเจอเหตุขัดข้องในห้องเต้นรำ

ตัวเครื่องเล่นจริงๆ ใช้เวลาเล่นไม่นานมาก แต่ก็ถือว่าเป็น highlight ที่พลาดไม่ได้ครับ ส่วนรอบของเรานั้นเครื่องเล่นไปขัดข้องในห้องสุดท้ายพอดี ก็ต้องรอเจ้าหน้าที่มาพาออก แต่โชคดีว่าห้องนี้เป็นห้องงานเต้นรำ เราก็เลยนั่งดูนั่งถ่ายรูปไปเพลินแทนๆ ตอนออกก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยสแกนเพื่อให้บัตร Multiple Experiences ให้เราไปใช้กับเครื่องเล่นอื่นๆ หรือใครจะกลับมาซ้ำ Beauty and the Beast อีกรอบก็ได้ครับ

ฉากงานเลี้ยงและถ้วยขนาดใหญ่ภายในเครื่องเล่น Beauty and the Beast
เราได้นั่งในถ้วยขนาดใหญ่ เลื่อนไปตามฉากต่าง ๆ
Belle และ Beast ในอีกฉากของเครื่องเล่น
ค่อย ๆ ผ่านไปตามเรื่องราว
Belle กับเจ้าชายในฉากห้องเต้นรำ
รอบของเราเครื่องเล่นขัดข้องที่ห้องสุดท้ายพอดี
เจ้าหน้าที่ช่วยพาแขกออกจากถ้วยในห้องเต้นรำ
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่มาพาออก

ส่วนพวกเรากลับมาเล่นเครื่องเล่นที่เราจองไว้ด้วย 40th anniversary priority pass กันต่อแล้วจึงกลับไปเก็บของที่ห้อง เพื่อเตรียมย้ายห้องครับ

เปลี่ยนจาก Beauty and the Beast Room ไป Park Grand View Room

สำหรับใครที่จองห้องพักที่โรงแรมต่อเนื่องกันแต่เป็นห้องพักคนละแบบ เช่นของเราคืนแรกเป็น Character room คืนที่ 2 เป็นห้อง Superior เราสามารถแจ้งที่ front โรงแรมได้เลยครับว่าเราพร้อมย้ายห้องกี่โมง (แต่น่าจะก่อนเที่ยง) ซึ่งถ้าห้องใหม่พร้อม เราสามารถรับ Key card ของห้องใหม่แล้วเข้าห้องได้เลย กรณีผมเราย้ายห้องตอนเที่ยงตรงพอดี ก็สามารถเข้าห้องใหม่ได้เลย ไม่ต้องรอเวลา เช็กอิน ปกติ ตอนบ่ายสามโมงครับ

ห้องพักคืนที่ 3 ของเราเป็นห้องที่หันหน้าเข้าสวนสนุก (Superior Room Park Grand View) สำหรับเด็กอาจจะชอบห้องเดิมมากกว่า แต่สำหรับผมถือว่าเป็นอีกหนึ่งห้องที่น่าสนใจครับ ยิ่งถ้าชอบถ่ายรูป ผมว่าห้องนี้วิวดีทีเดียว

เตียงและการตกแต่งห้อง Superior Alcove Room Park Grand View
ห้อง Park Grand View ที่เราพักเป็นคืนที่สามของทริป Disney
หัวเตียง หมอน และภาพตกแต่งด้านข้างในห้อง Park Grand View
รายละเอียดอีกมุมของเตียงนอน
เตียงสองหลังกับภาพตัวละครเหนือหัวเตียง
บรรยากาศห้อง Superior Alcove Room (Park Grand View)
โต๊ะ เก้าอี้ และหน้าต่างฝั่งสวนสนุกของห้อง Park Grand View
มุมนั่งเล่นริมหน้าต่าง มองออกไปทาง Disneyland
ลูกสาวสองคนใช้อ่างล้างหน้าและที่เสริมสำหรับเด็ก
ของใช้ในห้องเตรียมไว้ให้เด็ก ๆ ใช้ได้สะดวก
รองเท้าแตะเด็กและผู้ใหญ่ที่โรงแรมจัดไว้ให้
ของใช้ที่โรงแรมให้เก็บกลับ เราพักสามคืนจนแทบเก็บไม่หมด

วิวจากห้องพักที่พ่ออยากนั่งดูไปเรื่อย ๆ

ปราสาทซินเดอเรลลามองข้ามหลังคาสถานีจากห้องพัก
วิวจากห้องพัก · ปราสาทซินเดอเรลลาในมุมซูม
ทางเข้า Disneyland และผู้คนต่อคิวในยามเช้า มองจากห้องพัก
วิวจากห้องพัก · มองเห็นผู้คนเริ่มต่อคิวในช่วงเช้า
Monorail ลายฉลอง 40 ปีแล่นผ่านหน้าสถานี
วิวจากห้องพัก · Monorail ลายฉลอง 40 ปี
Monorail สีชมพูผ่านด้านหน้าสถานี
วิวจากห้องพัก · นั่งนับขบวน Monorail กันเพลิน
Monorail สีม่วงและผู้คนบริเวณลานหน้าสวนสนุก มองจากห้องพัก
วิวจากห้องพัก · อีกขบวนที่ผ่านหน้าต่างของเรา

พาเหรดกลางวัน และมื้อบุฟเฟต์ที่ Crystal Palace

เรากลับเข้ามาสวนสนุกเพื่อรอชมขบวนพาเหรดตอนกลางวันกันต่อ คนเยอะเช่นเคย เราก็อาศัยบริเวณไหนว่างก็ดูตรงนั้น อีกอย่างนึงคือเรารอเวลาเข้าร้านอาหารกลางวันที่จองไว้แบบ buffet ด้วย โชคดีว่าโต๊ะของเราติดกระจกด้านข้าง เด็ก ๆก็เลยพอมองเห็นขบวนพาเหรดหลังจากพาเข้ามาในร้านครับ

โต๊ะอาหารและเพดานโปร่งภายใน Crystal Palace
Crystal Palace ร้านอาหารกลางวันที่เราจองไว้
ห้องอาหาร Crystal Palace ตกแต่งด้วยดอกไม้และโคมไฟ
มื้อนี้เป็นบุฟเฟต์ บรรยากาศภายในร้านช่วงที่เราไป
ลูกสาวในชุดเจ้าหญิงยืนดูด้านนอกผ่านหน้าต่างร้านอาหาร
โต๊ะติดหน้าต่าง เด็ก ๆ พอมองเห็นขบวนพาเหรดได้ไกล ๆ
ขนมสีแดงตกแต่งโบว์และลายจุดแบบ Minnie
ของหวานธีม Minnie
เค้กโรยลาย Tinker Bell
เค้กลาย Tinker Bell
ขนมสีเขียวเป็นรูปเอเลี่ยนสามตา
ขนมเอเลี่ยนสามตา

บ่ายนี้เป็นเจ้าหญิงที่ Bibbidi Bobbidi Boutique

ช่วงบ่ายเราจองแต่งหน้าเจ้าหญิงไว้ให้ลูกสาวคนโต ที่ Bibbidi Bobbidi Boutique ครับ (เด็กต้องอายุขั้นต่ำ 3 ขวบครับ) โดยเราเลือก course ถูกสุดเลย..😇 คือแต่งหน้าทำผมทำเล็บอย่างเดียว ไม่รวมชุดกับช่างถ่ายรูป ซึ่งเด็ก ๆของเราก็ขอใส่ชุดเจ้าหญิงที่เราเตรียมมาจากบ้านตั้งแต่เช้าอยู่แล้วด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เด็ก ๆ มีความสุขครับ อุปกรณ์แต่งหน้าทำเล็บก็ได้ติดกลับบ้านมาด้วย

ทางเข้า Bibbidi Bobbidi Boutique ด้านหน้าโรงแรม
Bibbidi Bobbidi Boutique อยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรม
เก้าอี้ กระจก และบรรยากาศใน Bibbidi Bobbidi Boutique
บรรยากาศข้างใน เราจองไว้ก่อนมาครับ
เจ้าหน้าที่ทำผมให้ลูกสาวที่นั่งหน้ากระจก
เจ้าหน้าที่ใจดี ชวนคุยไปพลาง ทำผมไปพลาง
ลูกสาวในชุดเจ้าหญิงนั่งหน้ากระจกหลังทำผม
อีกหนึ่งกิจกรรมที่เด็ก ๆ มีความสุข
เจ้าหน้าที่กำลังเขียนลงบนการ์ดสีชมพู
เก็บความทรงจำเล็ก ๆ จากช่วงเวลาแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง

เก็บตกเครื่องเล่น และใช้บัตรกับ Baymax

ช่วงเย็นเราก็พาเด็ก ๆไปถ่ายรูปกันเอง แล้วก็เก็บตกเครื่องเล่นที่ไม่ต้องรอคิวนาน รวมถึงใช้บัตร Multiple Experiences ที่ได้มากับเครื่องเล่น The Happy Ride with Baymax ครับ เจ้าหน้าที่วัดส่วนสูงจริงจังมาก🙂 ลูกคนเล็กเราสูง 81 cm. เกินเกณฑ์มาเซ็นเดียวเลยได้เล่น ซึ่งผมว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่น่าเล่นมากครับ

อีกเครื่องเล่นที่เหมาะกับเด็กและรอคิวไม่นานในทริปนี้คือ it’s a small world ครับ ได้อยู่ข้างในค่อนข้างนาน เด็ก ๆ เพลินและเรารู้สึกว่าคุ้มมาก

ตุ๊กตา ฉาก และเรือล่องภายใน it’s a small world
it’s a small world เป็นอีกเครื่องเล่นที่บ้านเราชอบ

แสงไฟของ Electrical Parade ก่อนจบทริป

ช่วงค่ำก็เป็นเวลาของขบวนพาเหรด เรากด Disney Premier Access (DPA) เพื่อจองที่นั่งด้านหน้าปราสาท แต่อาจจะกดช้าไปหน่อยเพราะตอนเช้าเราใช้เวลาไปกับการวิ่งไปต่อคิวเครื่องเล่นก่อน เลยได้ที่นั่งบริเวณโซน B ซึ่งอยู่เยื้องๆปราสาทแทน เป็นอีกหนึ่งโชว์ที่ไม่ควรพลาดครับ เสียดายตรงที่เรารู้สึกว่าสั้นไปสักหน่อย

ป้าย Tokyo Disneyland Electrical Parade Dreamlights ประดับไฟ
ขบวนพาเหรดยามค่ำที่เราจองที่นั่งด้วย DPA
Mickey และ Minnie บนรถพาเหรดประดับไฟ
มองจากที่นั่งโซน B ที่เราจองได้
Belle และ Beast บนรถพาเหรดมีแสงไฟ
Belle และ Beast ในขบวนพาเหรด
หอคอย Rapunzel ประดับไฟหลากสี
หอคอยของ Rapunzel
Cinderella ในรถม้าทรงฟักทองประดับไฟ
รถม้าของ Cinderella ผ่านมาต่อหน้าเรา
Genie บนรถพาเหรดที่มีแสงไฟสีสันสดใส
Genie ในขบวนแสงไฟ
Anna และ Elsa ยืนอยู่บนรถพาเหรด Frozen
Anna และ Elsa ในขบวน Frozen
Olaf และตัวละคร Frozen บนรถพาเหรด
ส่งท้ายด้วยแสงไฟจาก Frozen

ดูพาเหรดเสร็จเราก็ไปเก็บตกเครื่องเล่นกันต่อ เครื่องเล่นสุดท้ายที่เราเล่นคือม้าหมุนครับ แล้วก็เจอเครื่องเล่นขัดข้องอีกแล้ว เลยออกมาดูจุดพลุไม่ทันเลย😅

ทริปแรกของเราทั้งสี่คน ที่ได้มากกว่าที่คิด

❤️❤️แต่สำหรับพวกเรากับการมา Disneyland & Sea ครั้งแรกถือว่าเกินความคาดหมายครับ จากที่คิดว่าคงได้แค่มาเดินเก็บบรรยากาศ กลับกลายเป็นว่าเด็ก ๆของเราสนุกและได้เล่นเครื่องเล่นหลายอย่างมากทั้งคนเล็กคนโตเลย หวังว่าจะมีโอกาสกลับมาอีกเร็วๆนี้ครับ ❤️❤️

🙏ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านและทุกกำลังใจและคอมเมนท์ให้กับเพจ ที่เราเริ่มหัดทำด้วยครับ 🌟

ย้อนอ่าน Disneyland Day 1 และคืนใน Beauty and the Beast Room

Until the next journey.กลับไปอ่านในหมวดนี้