บันทึกจากทริป 7 มิถุนายน 2024 · วันที่สองหลังเปิดตัว
เกี่ยวกับบันทึกฉบับนี้
เรียบเรียงจากโพสต์และภาพของ H2 Journey ในทริปปี 1 สิทธิ์ บัตร และบริการที่กล่าวถึงเป็นประสบการณ์ในช่วงที่เดินทาง
โพสต์ต้นฉบับ: 11 มิ.ย. 2024
โพสต์นี้ขอแชร์ประสบการณ์เข้าโซน Fantasy Springs ด้วย 1-Day Passport Fantasy Springs Magic ที่ได้มาพร้อม Vacation Package ครับ
ผมไปเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2024 ซึ่งเป็นวันที่สองหลังเปิดตัว คราวนี้ลูก ๆ ไม่ได้มาด้วย แต่รับปากว่าจะเก็บบรรยากาศกลับไปให้เขาดูให้ครบที่สุดครับ
สิ่งแรกที่อยากให้ทุกคนเช็คให้แน่ใจคือ เวลาเปิดทำการของสวนสนุกในแต่ละวันครับ เนื่องจากผมนอนที่ Toy Story Hotel พอเปิด TV ในห้อง สิ่งแรกที่สังเกตเห็นคือ มีประกาศแจ้งว่าสวนสนุกเปิดเวลา 8:15 ตอนแรกผมยังไม่แน่ใจ เพราะผมเช็คในเว็บมาก่อนเข้าพัก ในเว็บระบุว่าเปิด 9 โมงตามปกติ ผมจึงเดินลงมาถามที่ reception ให้แน่ใจ เพราะมันมีผลมากทีเดียวกับการวางแผนของผม ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันครับว่าเปิด 8:15 จริงๆ

ตามข้อมูลที่เล่าไว้ในโพสต์ช่วงนั้น แขก MiraCosta Hotel และ Fantasy Springs Hotel มีสิทธิ์ Happy Entry ก่อนสวนสนุกเปิด 15 นาที และในโพสต์ยังกล่าวถึง Disney Ambassador Hotel ด้วย เรื่องเวลาเปิดจริงจึงสำคัญมากกับแผนกด DPA หรือ Standby Pass ในครั้งนั้นครับ
สำหรับผมเองมี 1-Day Passport Fantasy Springs Magic เรื่องเวลาเปิดอาจจะไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่ก็อยากไปเก็บบรรยากาศมาเล่าให้ฟัง จึงออกจากโรงแรมประมาณ 7:50 ซึ่ง Toy Story Hotel นั้นอยู่ตรงข้ามกับ FS Hotel พอดี ช่วงที่เดินไปถึงทางเข้าพิเศษของโรงแรม แขกก็เริ่มทยอยเข้า park กันแล้วเพราะมีสิทธ์ Happy Entry กันทุกคน



ส่วนผมนั่ง monorail มาที่ทางเข้าหลัก เริ่มต่อท้ายแถวตอน 8:20 ใช้เวลาต่อคิว ประมาณ 15 นาที ก็ได้เข้าข้างในครับ พอตั้งตัวได้ก็เปิด app เพื่อจะทดลองจอง DPA เผื่อมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง แต่ปรากฏว่าขึ้น unavailable ทั้ง 3 เครื่องเล่นหลักเลย ตอนแรกผมเข้าใจว่า pass น่าจะหมด.. แต่หลังจากนั้นผมลองมานึกย้อนดูไม่รู้ว่าเพราะผมมี 1-Day Passport FS อยู่แล้วหรือป่าวมันจึงขึ้นแบบนี้

อย่างไรก็ตามพอเปิด facebook ดูบังเอิญว่ามีหลายคนที่มาวันเดียวกัน ก็บอกว่า pass หมดช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเช่นกัน
Anna and Elsa’s Frozen Journey
ผมมุ่งหน้าเดินไปทางเข้าโซน Fantasy Springs ซึ่งจะอยู่ข้างๆเครื่องเล่น Jasmine's Flying Carpets เลยครับ ระหว่างเดินก็จองเข้าร้านอาหารไปด้วยเริ่มจาก Royal Banquet at Arendelle ครับ เพราะ 1-Day Passport Fantasy Springs Magic จะไม่รวมสิทธ์เข้าร้านอาหารต่างในโซน FS เราต้องจองเอง ซึ่งจองแล้วต้องรออีกประมาณ 2 ชม. ถึงจะจองร้านอื่นต่อได้ครับ



เมื่อเดินไปถึงทางเข้าเจ้าหน้าที่จะขอสแกนบัตร พร้อมกับผูก wristband ที่ข้อมือให้เพื่อเป็นการยืนยัน หลังจากถ่ายรูปเก็บบรรยากาศบริเวณทางเข้าประมาณ 20 นาที ผมก็ตรงไปที่เครื่องเล่น Anna and Elsa's Frozen Journey เป็นอันดับแรก



ทุกเครื่องเล่นในโซนนี้ยกเว้น Fairy Tinker Bell's Busy Buggies จะมี 2 ช่องทางคือ Priority Access Entrance และ Standby Entrance ตามสิทธ์ที่เรากดจองมา แต่สำหรับคนที่มี 1-Day Passport Fantasy Springs Magic สามารถต่อแถวช่อง Priority Entrance ได้เลยครับ ซึ่งจะประหยัดเวลามาก ผมเริ่มเล่นเครื่องเวลา 9:15 ต้องบอกว่าคนน้อยมากๆครับ เจ้าหน้าที่ก็รู้ใจ แทบจะจัดให้นั่งลำละคนหรือกลุ่มที่มาด้วยกันเลย






สำหรับเครื่องเล่นนี้ส่วนตัวผมให้ 10 คะแนนเต็มครับ ..เสียดายว่าคราวนี้ลูกๆไม่ได้มาด้วย แต่รับปากว่าจะถ่ายเก็บบรรยากาศไปให้เขาดูให้ครบที่สุด ผมเลยเล่นเครื่องนี้ไป 4 รอบ (จริงๆสามารถเล่นได้มากกว่านี้ แต่ว่าแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่น รวมถึงช่วงบ่ายคนต่อช่อง standby เยอะก็เลยว่าแบ่งๆกันเล่นดีกว่า)








ข้อเสียอย่างเดียวสำหรับ Priority Entrance คือเราจะไม่ได้เดินผ่านบริเวณที่มีรูปภาพ Elsa, Anna รวมถึงข้าวของต่างๆในเรื่องที่จัดแสดงอยู่ครับ เพราะเขาจะกั้นไปคนละทางกับ Standby Entrance เลย คำแนะนำของผมคือถ้าใครที่ถือ 1-Day Passport Fantasy Springs Magic แล้วมาถึงเครื่องเล่นนี้แต่เช้า ช่วงที่ยังไม่มีคนแบบผม ลองขอเจ้าหน้าที่เข้าช่อง Standby Entrance สักครั้งเพื่อไปเดินวนเก็บบรรยากาศครับ สำหรับผมรู้อะไรไม่สู้รู้งี้ พอคิดจะทำก็เป็นช่วงบ่ายซึ่งแถว Standby Entrance คิวยาวมากเลยต้องขอผ่านครับ

Rapunzel’s Lantern Festival
เป็นเครื่องเล่นที่ 2 ที่ตั้งใจมาโดยเฉพาะ ด้วยเห็นฉาก preview ที่เป็นโคมจำนวนมากลอยอยู่บนท้องฟ้ามันดูอลังการมาก เจ้าหน้าที่รู้ใจเช่นเคย จัดให้นั่งคนเดียวทั้งลำเลย โดยผมเล่นไป 2 รอบ เช้าและบ่ายอย่างละครั้งครับ






(หลังจากนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ) แต่เมื่อได้เล่นแล้วผมสารภาพว่าความประทับใจยังสู้ของ Frozen ไม่ได้ครับ ด้วยระยะเวลาในการเล่นนั้นค่อนข้างสั้น ช่วงแรกของการเล่นเป็นการล่องเรือผ่านหอคอยที่ Rapunzel ร้องเพลงอยู่ ซึ่งจุดนี้คนที่ต่อแถวจากภายนอกก็เห็นเช่นเดียวกัน พอเข้าถ้ำที่เป็นจุด highlight ทุกอย่างสวยจริงครับ แต่ว่าน่าเสียดายที่มันสั้นไปหน่อย ถ้าเต็มสิบผมให้ประมาณ 8 คะแนนครับ




Peter Pan’s Never Land Adventure
สำหรับเครื่องเล่นนี้ เป็นเครื่องเล่นที่ต้องสวมแว่น 3 มิติ ผมเองเลยไม่รู้จะถ่าย vdo ไปให้เด็กๆดูได้อย่างไร จึงจัดไปแค่รอบเดียวเอง บวกกับเด็กๆที่บ้านเป็นติ่ง Elsa ด้วย ความคิดเห็นส่วนตัวผมให้ 8.5 คะแนนครับ ส่วนเครื่องเล่นอีกอันของ Peter Pan ผมไม่ได้เล่นเลยครับ





รวมๆ แล้วผมต้องแบ่งเวลาไปเล่นเครื่องเล่นด้านนอก Fantasy Springs ด้วย เพราะจองมาใน Vacation Package ซึ่งผมจองเป็นพวกเครื่องเล่นที่คราวที่แล้วมากับลูกแล้วไม่ได้เล่นเช่น Soaring Fantastic Flight, Tower of Terror ครับ

นอกจากเครื่องเล่นแล้ว ผมก็เดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไปเรื่อย ๆ มีภาพช่วงเย็นและค่ำมาฝากด้วยครับ






อ่านถาม–ตอบต่อบน Facebook
คำถามและประสบการณ์ที่คุยกันไว้ อยู่ในคอมเมนต์ของโพสต์ต้นฉบับครับ
